
เจมมี่เจมส์ เปิดใจช็อก พบซีสต์ในสมอง เปลี่ยนมุมมองชีวิต
เจมมี่เจมส์ เผยไลฟ์สไตล์สุดขั้ว ดื่มหนักแต่ยังเชื่อในสมดุล เจมมี่เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ออกมาเล่าชีวิตอีกมุมที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น ผ่านบทสัมภาษณ์ที่พูดถึงทั้งการทำงานและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว โดยยอมรับตรง ๆ ว่าช่วงหนึ่งของชีวิตใช้เวลาไปกับการดื่มแอลกอฮอล์ไม่น้อยถึงราว 30% แต่ยังมองว่าการใช้ชีวิตสามารถจัดสมดุลได้ หากดูแลตัวเองควบคู่กันไป ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน
จากนักแสดงสู่สายธุรกิจอาหาร
ทุ่มเต็มตัวกับ F&B นอกจากงานในวงการบันเทิง เจมมี่เจมส์ยังขยายบทบาทสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยดูแลโปรเจกต์ด้านคอนเทนต์และธุรกิจอาหารอย่างจริงจัง ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เจ้าตัวทุ่มเทอย่างมาก จุดเริ่มต้นมาจากความชอบและความท้าทาย ก่อนจะพัฒนาเป็นงานที่สร้างความสุขทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะการทำ Chef’s Table ที่เปิดโอกาสให้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านอาหารและบรรยากาศ
วินาทีช็อก ตรวจพบซีสต์ในสมองจากอาการไมเกรน
เหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดคิดกับชีวิต คือช่วงที่เข้ารับการตรวจไมเกรนและตัดสินใจสแกนสมองเพิ่มเติม ก่อนจะพบซีสต์ขนาดประมาณ 2.7 เซนติเมตรในสมองโดยไม่คาดคิด แม้แพทย์จะประเมินว่าไม่อันตรายในระยะปัจจุบันและน่าจะมีมาตั้งแต่กำเนิด แต่ช่วงเวลาที่รับรู้ผลตรวจนั้นสร้างความตกใจอย่างมาก พร้อมยอมรับว่ากลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาใส่ใจชีวิตมากขึ้น
ปรับมุมคิดใหม่ ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น
หลังทราบผล เจมมี่เจมส์ยังคงติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการระวังเรื่องการใช้ชีวิตและอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันก็ยังคงทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ แต่มีสติและเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น รวมถึงยอมรับความกลัวบางอย่าง เช่น อาการตื่นตระหนกจากการตรวจ MRI ที่ทำให้ค้นพบด้านใหม่ของตัวเอง
เจมมี่เจมส์ยังคงเดินหน้าทำทั้งงานบันเทิงและธุรกิจควบคู่กันไป พร้อมปรับสมดุลชีวิตในแบบของตัวเอง แม้จะผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดคิด แต่ก็กลายเป็นแรงผลักดันให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น และให้ความสำคัญกับสุขภาพควบคู่ไปกับความสุขในทุกวัน






