
พลอย เฌอมาลย์ เปิดใจป่วยมะเร็งเต้านมระยะ 2 ผ่านช่วงชีวิตสุดหนักแต่ใจยังสู้
นักแสดงตัวแม่เผยความจริงกลางรายการ หลังต่อสู้โรคร้ายด้วยหัวใจแกร่ง
ทำเอาแฟน ๆ ทั้งประเทศตกใจและส่งกำลังใจอย่างล้นหลาม เมื่อ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดงชื่อดังของไทย ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจในพอดแคสต์ “Sisterhood” ว่าเธอกำลังต่อสู้กับ โรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ซึ่งลุกลามไปยัง ต่อมน้ำเหลือง
พลอยเล่าว่า ช่วงแรกเธอพบก้อนเนื้อผิดปกติบริเวณหน้าอกแต่ไม่ได้รีบไปตรวจ เพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไร จนเวลาผ่านไปกว่า 1 ปีครึ่ง ก้อนเนื้อเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจึงตัดสินใจเข้าตรวจอย่างจริงจัง และพบข่าวร้ายที่ไม่มีใครอยากได้ยิน — “มะเร็งเต้านมระยะ 2”
ฉายแสงกว่า 25 ครั้ง หน้าอกไหม้แต่หัวใจไม่ยอมแพ้
หลังจากแพทย์วินิจฉัยแน่ชัด พลอย เฌอมาลย์ ตัดสินใจเข้ารับการรักษาทันที เธอผ่าตัดถึง 2 ครั้ง และต้องเข้าฉายแสงกว่า 25 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์
“ตอนนั้นหน้าอกไหม้ เจ็บมากจนบางวันร้องไห้ แต่เราก็บอกตัวเองว่าต้องอยู่ต่อ ต้องสู้เพื่อตัวเองและคนที่รักเรา” — พลอย เฌอมาลย์ กล่าวในรายการ
แม้แพทย์จะไม่ให้ทำคีโม แต่ต้องใช้ยาควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง อารมณ์แปรปรวน และน้ำหนักลดไปกว่า 13 กิโลกรัมภายในไม่กี่เดือน
เผชิญภาวะซึมเศร้า แต่เลือกยิ้มให้ชีวิตอีกครั้ง
ในช่วงรักษา พลอยยอมรับว่าเธอเคยรู้สึกหมดแรงใจ และเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า เพราะไม่มั่นใจในร่างกายของตัวเองอีกต่อไป
“เคยถามตัวเองทุกวันว่า เรายังเป็นคนเดิมไหม? แต่พอหันไปเห็นคนที่รักเรา เราก็เลือกจะไม่ยอมแพ้”
เธอเล่าว่าการมีกำลังใจจากครอบครัว เพื่อน และแฟนคลับ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ลุกขึ้นมาสู้ต่อในทุกวัน
ผลตรวจล่าสุดดีขึ้น ไม่พบเชื้อมะเร็งแล้ว
หลังจากต่อสู้มาหลายเดือน ผลตรวจล่าสุดของ พลอย เฌอมาลย์ ออกมาน่ายินดี ไม่พบเชื้อมะเร็งในร่างกายแล้ว
แต่เธอยังต้องเข้าตรวจติดตามทุก 3–6 เดือนเพื่อความมั่นใจ
ตอนนี้พลอยหันมาใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย กินอาหารดี และพักผ่อนให้เพียงพอ
“อย่ากลัวที่จะตรวจสุขภาพ อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป เพราะถ้าเจอเร็ว เราก็รักษาได้เร็ว”
สาระสุขภาพ รู้เท่าทันมะเร็งเต้านม ตรวจเช็กก่อน ปลอดภัยกว่า
มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ แต่หากตรวจพบเร็ว โอกาสรอดชีวิตสูงถึง 90%
วิธีตรวจมะเร็งเต้านมเบื้องต้นด้วยตัวเอง
คุณผู้หญิงสามารถ “ตรวจเต้านมด้วยตัวเอง” เดือนละ 1 ครั้ง โดยทำหลังหมดประจำเดือนประมาณ 7 วัน
- ยืนหน้ากระจก สังเกตความเปลี่ยนแปลง เช่น ขนาด รูปร่าง หรือผิวหนังบริเวณหน้าอก
- ใช้ปลายนิ้วคลำเบา ๆ เป็นวงกลมจากหัวนมออกไปด้านนอก ตรวจหาก้อนแข็งหรือรอยบุ๋มผิดปกติ
- คลำรักแร้และไหปลาร้า ตรวจหาต่อมน้ำเหลืองที่โตผิดปกติ
หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวด์หรือทำแมมโมแกรม
เมื่อไหร่ควรตรวจแมมโมแกรม
- ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจ แมมโมแกรมปีละ 1 ครั้ง
- หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 35 ปี
- การตรวจเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงจากระยะลุกลามได้อย่างมีนัยสำคัญ
วิธีลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
- หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
- กินผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดของมัน ของทอด และน้ำตาล
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
- นอนหลับให้เพียงพอ และลดความเครียด
เรื่องราวของ พลอย เฌอมาลย์ ไม่ใช่แค่บทพิสูจน์ความเข้มแข็งของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน “รักและดูแลตัวเอง” เพราะสุขภาพดีคือของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิต






